Blognone

Syndicate content
Blognone is Thai, Slashdot-liked, tech news site.
Updated: 2 hours 2 min ago

ลองจับของจริง Samsung Galaxy Note 8 กล้องคู่ และ S Pen ทำข้อความแอนิเมชั่นได้

Wed, 08/23/2017 - 22:54

ผ่านไปสดๆ สำหรับการเปิดตัว Samsung Galaxy Note 8 และอย่างที่ทราบกันมาก่อนหน้านี้ว่า Galaxy Note 8 จะมาพร้อมกับกล้องคู่ และมีรูปลักษณ์ ดีไซน์ไปในทางเดียวกันกับ Galaxy S8 คือจอโค้งและหน้าจอกว้างแบบ Infinity

สิ่งที่น่าสนใจเพิ่มเติมขึ้นมาคือ S Pen ที่สามารถทำข้อความเคลื่อนไหวแบบแอนิเมชั่น หรือ Handwrite Live Message ได้ Blognone มีโอกาสได้ลองจับถือและใช้งานคร่าวๆ จึงแชร์ประสบการณ์การใช้งานเท่าที่ได้ลองใช้มาฝาก

ดีไซน์

ดูภายนอกคร่าวๆ ไม่ต่างจาก Samsung Galaxy S8 มาก แต่เมื่อลองจับถือจะเห็นความแตกต่างตรงขอบจอมีความเหลี่ยมและชันกว่า และหน้าจอใหญ่กว่าเล็กน้อย Galaxy S8 มีขนาดหน้าจอ 6.3 นิ้ว เครื่องกว้าง 74.8 มิลลิเมตร สูง 162.5 มิลลิเมตร ตัวเครื่องหนัก 195 กรัม

ปุ่มโฮมมาในรูปแบบซอฟต์คีย์บนหน้าจอ ตรงด้านข้างซ้ายเป็นปุ่มปรับเสียง และปุ่มเปิดใช้งานปัญญาประดิษฐ์ Bixby ขวามือเป็นปุ่ม Power ด้านล่างเป็นพอร์ตเชื่อมต่อ USB-C ลำโพง และพอร์ตหูฟัง ส่วนด้านหลังเป็นเลนส์กล้อง มีแป้นสแกนลายนิ้วมือและช่องไฟแฟลชขนาบข้างซ้ายขวา ด้านบนเป็นช่องใส่ Micro SD

ด้านหลังมีกล้องหลังคู่ และที่สแกนนิ้ว โดย Galaxy Note 8 มีการย้ายตำแหน่งสแกนนิ้วให้อยู่ห่างจากกล้องกว่าใน Galaxy S8 และนำช่องไฟแฟลชมาคั่นกลาง ลดโอกาสให้นิ้วไม่ไปโดนตัวกล้องจนทำให้เลนส์ฝ้ามัว วัสดุหน้าจอใช้ Gorilla Glass 5 วัสดุตัวเครื่องอลูมิเนียมซีรี่ 7,000 มีความมันเงา ให้ความรู้สึกพรีเมียม

S Pen

ในส่วนของ S Pen หัวปากกามีขนาดเล็ก เส้นผ่านศูนย์กลาง 0.7มิลลิเมตร เซนเซอร์จับแรงกดแม่นยำเขียนง่ายมากขึ้น ตัวปากกามีมาตรฐานกันน้ำ IP68 ตรงตำแหน่งปุ่มกดบนปากกา ขยับขึ้นด้านบนมากขึ้นเล็กน้อยเพื่อที่เวลาใช้งาน ข้อนิ้วจะไม่กดไปโดนปุ่ม วัสดุปากกาเป็นยางแข็งลดความเสี่ยงการเกิดรอยข่วนบนหน้าจอ

ฟีเจอร์ปากกาที่เป็นหนึ่งในตัวชูโรงของ Galaxy Note 8 คือ Handwrite Live Message ใช้ลายมือตัวเองทำข้อความเคลื่อนไหวได้แบบแอนิเมชั่น แชร์ผ่านแอพที่รองรับไฟล์ GIF ได้ เข้าใช้งานผ่านแอร์คอมมานด์ และเลือกไอคอนรูปหัวใจเพื่อทำ Handwrite Live Message เขียนติดกันได้ประมาณ 10 วินาทีสามารถเขียนบนรูปภาพแบคกราวด์จากแกลอรี่ได้ ตรงแอร์คอมมานด์ หรือการแสดงแอพการใช้งานปากกาสามาถเพิ่มขึ้นได้เป็น 10 แอพ

ทางซัมซุงระบุว่าได้ทำการวิจัยกลุ่มผู้ใช้ Galaxy Note มีผู้ใช้ 64% ทำผ่าน screen of memo ใน Galaxy Note 8 จึงสามารถเขียนบันทึกที่ปักบนหน้าโฮมได้ เขียนได้มากสุด 5 หน้า

ในการใช้ S Pen แปลภาษา สามารถแปลทั้งประโยคได้ แลกเปลี่ยนค่าเงิน หน่วยชั่ง ตวง วัดเป็นภาษานั้นๆ ได้ โดยภาษาต้นทาง แปลเป็นคำได้ 36 ภาษา แปลเป็นประโยคได้ 39 ภาษา ส่วนภาษาปลายทางแปลได้ 71 ภาษา

สรุปในส่วนของปากกาที่โดดเด่นที่สุดคือ เซนเซอร์จับแรงกดแม่นยำเขียนง่ายมากขึ้น และฟีเจอร์ Handwrite Live Message รวมทั้งมาตรฐานกันน้ำ IP68

กล้องคู่

กล้องคู่ของ Galaxy Note 8 ทำหน้าที่ให้ภาพความละเอียดสูงเวลาซูมเข้า กล้องตัวหนึ่งจับภาพกว้าง กล้องอีกตัวหนึ่งจับภาพซูมหรือภาพ tele เลนส์กว้างรูรับแสง 1.7 ส่วนเลนส์เทเลรูรับแสงกว้าง 2.4 จึงยังให้ภาพความละเอียดสูงไม่แตกเวลาซูม

มีระบบ Dual Capture สร้างภาพสองแบบในการกดถ่ายครั้งเดียว โดยเข้าไปที่กล้อง เปิดโหมด Live Focus จากนั้นกดถ่ายรูป ก็จะได้ภาพถ่ายปกติมุมกว้าง กับภาพ portrait ในการถ่ายรูปโหมดนี้ จำเป็นต้องยืนห่างวัตถุอย่างน้อย 4 ฟุต

นอกจากนี้ยังมี Dual OIS หรือระบบกันสั่น กล้องทั้งสองตัวมี OIS ทั้งคู่ จึงสามารถกันสั่นได้ค่อนข้างดี ทางซัมซุงระบุว่าถือเป็นมือถือกล้องคู่เครื่องแรกที่ใช้ระบบกันสั่นทั้งสองกล้อง
กดถ่ายครั้งเดียวได้สองรูป

ทั้งกล้องหน้ากล้องหลังมีสติกเกอร์สามมิติที่เวลาหันหน้าหรือก้มเงย สติกเกอร์จะหมุนตามหน้าเรา ให้ความรู้สึกสมจริงมากขึ้น

ตัวรูปที่ถ่ายจากกล้องหลัง Samsung Galaxy Note 8 แบบไม่ตั้งค่าปรับโหมดรูปใดๆ

Galaxy Note 8 ยังมี smart gallery ค้นหาภาพในเครื่องจากคีย์เวิร์ดได้ หรือในกรณีที่แคปเจอร์หน้าเว็บไซต์ที่มี url ติดมาด้วย ก็สามารถแตะที่ไอคอนตรงมุมซ้ายบนเพื่อเข้าสู่เว็บไซต์นั้นอัตโนมัติ

ด้านการใช้งานหน้าจอคู่ มีฟีเจอร์ App pair เลือกจับคู่แอพพลิเคชั่นที่ใช้งานสองหน้าจอบ่อยๆ โดยสามารถตั้งค่าไว้ล่วงหน้าว่าจะจับคู่แอพไหนบ้าง จากนั้นกดเพียงครั้งเดียวก็แสดงหน้าจอคู่นั้นขึ้นมาทันที

Performance อื่นๆ
  • ชิปเซ็ต 10 nm processor
  • แบตเตอรี่ 3,300 มิลลิแอมป์
  • ใช้งานได้ 2 ซิม เป็นไฮบริด
  • สแกนม่านตา ใบหน้า และสแกนนิ้วมือ
  • แรม 6GB ความจุ 64GB รองรับ microSD จุสูงสุด256 GB
  • มาพร้อมหูฟัง AKG คุณภาพเสียง 32 บิต
  • รองรับอุปกรณ์ Samsung Dex ได้เหมือนกับ Galaxy S8

สำหรับความเคลื่อนไหวเรื่อง Bixby ปัญญาประดิษฐ์ของซัมซุงที่ยังจำกัดการใช้งานแค่ในสหรัฐฯและเกาหลีใต้ ทางซัมซุงระบุว่าจะมีความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับ Bixby ในประเทศไทยช่วงไตรมาสสามปีนี้

Topics: Galaxy Note 8Samsung

Galaxy Note 8 เปิดตัว ใช้กล้องคู่ Dual Camera พร้อม Dual OIS, แรม 6GB

Wed, 08/23/2017 - 22:51

ซัมซุงเปิดตัว Galaxy Note 8 ตามนัดหมาย หน้าตาก็เหมือนภาพหลุดก่อนหน้านี้ที่ใช้ดีไซน์แบบเดียวกับ Galaxy S8 แต่ปรับขนาดหน้าจอให้ใหญ่ขึ้นเล็กน้อย ปรับมุมที่ขอบจอให้โค้งน้อยลง และปรับสเปกแรมเพิ่มเป็น 6GB

เทียบขนาด Galaxy S8 / S8+ / Note 8

การเปลี่ยนแปลงสำคัญคือกล้องคู่ Dual Camera แยกเลนส์มุมกว้าง/เทเล ความละเอียด 12MP ที่มาพร้อมกับระบบกันสั่น Dual OIS มีฟีเจอร์ Live Focus ปรับระยะชัดลึกของภาพได้หลังถ่ายภาพไปแล้ว, โหมด Dual Capture ถ่ายภาพโดยใช้กล้องหลังทั้งสองตัวและแยกเซฟสองภาพได้

เทียบคุณภาพของภาพกับ iPhone 7 Plus

ส่วนปากกา S Pen ก็ปรับเพิ่มความสามารถมากขึ้น เพิ่มระดับความละเอียดของแรงกด และมีฟีเจอร์ใหม่คือ Live Message เขียนตัวหนังสือแล้วแปลงเป็นแอนิเมชัน GIF, ลากข้อความแล้วแปลภาษา เพิ่มเป็น 71 ภาษา, ฟีเจอร์เขียนบนหน้าจอที่ยังไม่ปลดล็อค Screen off memo รองรับโน้ตเพิ่มเป็น 100 หน้า และสามารถปักหมุดโน้ตบนหน้าจอได้

สเปกของ Galaxy Note 8

  • หน้าจอ 6.3" Super AMOLED 2960x1440 ใช้ดีไซน์ Infinity Display แบบเดียวกับ Galaxy S8
  • กล้องหลังคู่ Dual Camera ความละเอียด 12MP ตัวแรกเป็นเลนส์มุมกว้าง อีกตัวเป็นเลนส์เทเล ความละเอียด 12MP ทั้งสองตัวมี OIS
  • กล้องหน้า 8MP
  • หน่วยประมวลผล 8 คอร์ แยกรุ่น Snapdragon / Exynos เหมือนเดิม ใช้กระบวนการผลิต 10 นาโนเมตรทั้งคู่
  • แรม 6GB LPDDR4, ความจุ 64GB/128GB/256GB
  • แบตเตอรี่ 3,300mAh พร้อมระบบชาร์จไร้สาย
  • รองรับ LTE Cat. 16, Wi-Fi 802.11ac MU-MIMO, 1024QAM
  • Android 7.1.1 พร้อมระบบผู้ช่วยส่วนตัว Bixby

Galaxy Note 8 มีให้เลือกทั้งหมด 4 สีคือ Midnight Black, Orchid Gray, Maple Gold และสีใหม่น้ำเงินเข้ม Deepsea Blue

Galaxy Note 8 เริ่มวางขายวันที่ 15 กันยายนนี้ ในชุดจะมีหูฟังของ Harman มาให้ด้วย ราคาขายของโอเปอเรเตอร์ในสหรัฐแบบไม่ติดสัญญา อยู่ที่ 930-960 ดอลลาร์ (31,000-32,000 บาท)

ที่มา - Samsung, Engadget

Topics: Galaxy Note 8Samsung GalaxySamsungMobile

Elon Musk โชว์ชุดอวกาศใหม่ของ SpaceX เรียบง่าย ไม่เทอะทะและทนกว่า

Wed, 08/23/2017 - 21:52

หลังจากมีแต่ภาพหรือข่าวเกี่ยวกับจรวดหรือยานอวกาศมาตลอด ล่าสุด Elon Musk ได้เผยโฉมชุดอวกาศใหม่ที่ SpaceX พัฒนาขึ้นเองบน Instagram ส่วนตัวแล้ว โดย Musk ระบุว่าเป็นชุดที่ถูกนำมาใช้งานจริง ไม่ใช่ม็อคอัพแต่อย่างใด

ความโดดเด่นของชุดอวกาศของ SpaceX ที่เห็นได้ชัดคือความเรียบง่าย มินิมอล ไม่เทอะทะ โดย Musk บอกว่าเป็นความลงตัวระหว่างความสวยงามและประโยชน์การใช้งาน ซึ่ง Musk บอกด้วยว่าสามารถทนแรงดัน/แรงกด (pressure) ในอวกาศได้ 2 เท่า

Musk บอกว่าจะเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับชุดอวกาศเพิ่มเติมในวันหลัง

ที่มา - elonmusk via TechCrunch

Topics: Elon MuskSpaceXSpace

SoftBank เพิ่มโปรแกรมให้หุ่น Pepper สำหรับบริการสวดศพ

Wed, 08/23/2017 - 21:39

เราเห็นหุ่นยนต์ให้พรไปแล้ว คราวนี้ถึงคราวมาฟังบทสวดส่งผู้ตายจากหุ่นยนต์บ้าง เมื่อ Pepper หุ่นยนต์รับแขกจาก Nestle และ SoftBank ที่เปิดตัวไปตั้งแต่ปี 2014 ได้รับบทบาทหน้าที่ใหม่จาก SoftBank ให้กลายเป็นพระรับจ้างสวดศพ ซึ่งถูกนำมาโชว์ในงาน Life Ending Industry Expo ที่กรุงโตเกียว

ซอฟต์แวร์นี้ถูกเขียนขึ้นโดยบริษัท Nissei Eco ทำให้ Pepper สามารถสวดส่งผู้ตายในเสียงหุ่นยนต์ พร้อมตีกะลาเป็นจังหวะ ตามรูปแบบของพระญี่ปุ่น ซึ่งเข้ามาแก้ปัญหาในกรณีที่ไม่มีพระที่ว่าง ขณะที่ค่าบริการของ Pepper อยู่ที่เพียง 50,000 เยน (ราว 15,000 บาท) ซึ่งถูกกว่าพระจริงๆ ที่อยู่ที่ราว 240,000 เยน (ราว 80,000 บาท)

ชมภาพของหุ่น Pepper ในชุดพระญี่ปุ่นได้จากที่มา

ที่มา - Venturebeat

Topics: SoftBankRoboticsNestleReligion

Meizu เปิดตัว EP52 หูฟังไร้สายกันน้ำ ราคาพันต้นๆ

Wed, 08/23/2017 - 20:02

ถูกเปิดตัวเคียงข้างมากับ Meizu M6 Note สำหรับหูฟัง Meizu EP52 หูฟังแบบ earbud ไร้สาย รองรับบลูทูธ 4.1 พร้อมชิป Aptx ของ Qualcomm เล่นเพลงต่อเนื่องได้ 8 ชั่วโมง หรือสแตนด์บาย 150 ชั่วโมง หนัก 3 กรัม

Meizu EP52 รองรับมาตรฐานกันน้ำ IPX5 ราคาประมาณ 45 ดอลลาร์ (ประมาณ 1,575 บาท)

ที่มา - The Verge, @Meizu

Topics: Meizu

Meizu เปิดตัว M6 Note สมาร์ทโฟนสเปคกลาง ราคาครึ่งหมื่น

Wed, 08/23/2017 - 19:56

Meizu เปิดตัว M6 Note สมาร์ทโฟนสเปคกลางด้วยชิปเซ็ต Qualcomm 625 ซึ่งนับเป็นรุ่นแรกของ Meizu ที่ใช้ Snapdragon ตัวเครื่องเป็นยูนิบอดี้ หน้าจอ LCD ขนาด 5.5 นิ้ว ความละเอียด FHD แรม 3GB/4GB

กล้องหลังเป็นกล้องคู่ กล้องหลักใช้เซ็นเซอร์ IMX362 ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล รูรับ f/1.9 เลนส์ 6 ชั้น กล้องที่สองความละเอียด 5 ล้านพิกเซล พร้อม Dual Phase Detection กล้องหน้าความละเอียด 16 ล้านพิกเซล รูปรับแสง f/2.0 แบตเตอรี่ 4,000 mAh รองรับ mCharge เทคโนโลยีชาร์จเร็ว รันแอนดรอยด์ 7.1.2 ครอบด้วย FlymeOS 6.0 รองรับ 2 ซิม และเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ

Meizu M6 Note มี 3 สีคือดำ น้ำเงินและทอง ส่วนราคาแบ่งเป็น 3 รุ่นย่อยคือ

  • แรม 3GB + ความจุ 16GB ราคา 1,099 หยวน
  • แรม 3GB + ความจุ 32GB ราคา 1,299 หยวน
  • แรม 4GB + ความจุ 64GB ราคา 1,699 หยวน

ที่มา - @Meizu

Topics: MeizuMobile

DJI เตรียมออกเฟิร์มแวร์แก้ปัญหา Spark หากไม่อัพเดตก่อน 1 กันยายนจะระงับการบิน

Wed, 08/23/2017 - 19:48

ก่อนหน้านี้ โดรน Spark โดรนขนาดเล็กจากค่าย DJI พบปัญหาการตกจนทำให้บริษัทต้องสอบสวนถึงสาเหตุ ซึ่งตอนนี้ทางบริษัทเตรียมออกซอฟต์แวร์อัพเดตมาแล้ว

สำหรับเฟิร์มแวร์เวอร์ชันล่าสุด DJI ออกมาเพื่อปรับปรุงระบบจัดการแบตเตอรี่เพื่อปรับปรุงการจ่ายพลังงานขณะบิน, แก้ไขปัญหาโดรนตกขณะบิน, เพิ่มฟีเจอร์รองรับ DJI Goggles, ปรับปรุงฟังก์ชัน PalmLaunch เพื่อทำให้การเทคออฟมั่นคงขึ้น และอื่น ๆ

เฟิร์มแวร์อัพเดตเตรียมจะปล่อยภายในอีกไม่นานนี้ และเมื่อพร้อมแล้ว แอพ DJI GO 4 จะแจ้งเตือนให้ผู้ใช้อัพเดต ซึ่งถ้าไม่อัพเดตก่อนวันที่ 1 กันยายนนี้ DJI จะระงับการขึ้นบินของโดรน

ที่มา - Digital Trends

Topics: DJIDrone

รู้ไว้ใช่ว่า #Hashtag มีอายุครบ 10 ปีแล้ว

Wed, 08/23/2017 - 17:07

เรารู้จักกับการใช้ #Hashtag มานานพอสมควร แต่อาจไม่ทราบว่า Hashtag ได้มีอายุครบ 10 ปีแล้วในวันนี้ ซึ่ง Hashtag ได้กลายเป็นวิธีเปิดหัวข้อสำหรับสนทนา ที่นิยมใช้กันในสังคมออนไลน์ทั่วไป โดยมีจุดเริ่มต้นที่ Twitter

การใช้ Hashtag ครั้งแรกเกิดขึ้นในวันที่ 23 สิงหาคม 2007 โดย Chris Messina เป็นคนแรกที่ทวีตแบบติดหัวข้อ Hashtag สำหรับการสนทนา ซึ่งก็คือคำว่า #barcamp

ปัจจุบัน Hashtag ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ร่วมสมัย มีการใช้เพื่อแทนการสื่อสารหัวข้อต่างๆ เป็นปกติ ในสังคมออนไลน์อื่นอย่าง Facebook และ Twitter ก็นำ hashtag มาใช้เช่นกัน กระทั่งในสื่ออื่นที่ไม่ใช่ออนไลน์ก็ยังพบเห็นได้

ที่มา: The Next Web

how do you feel about using # (pound) for groups. As in #barcamp [msg]?

— ⌗ChrisMessina (@chrismessina) August 23, 2007

Topics: TwitterSocial Network

ตำรวจภูธรภาค 6 ทำเว็บรวบรวมข้อมูลประชาชนแต่เข้าถึงได้โดยไม่ต้องล็อกอิน หลุดชื่อ, ภาพถ่าย, ที่อยู่, หมายเลขโทรศัพท์

Wed, 08/23/2017 - 16:32

เมื่อเช้านี้มีข้อมูลหลุดจากเว็บ Stop Walk & Talk Police 6 ของกองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 6 ที่พยายามรวบรวมข้อมูลความเห็นประชาชน โดยนอกจากความเห็นต่อตำรวจแล้วยังรวบรวมข้อมูลที่อยู่และหมายเลขโทรศัพท์ รวมถึงภาพถ่ายไว้ด้วย

แม้ว่าตัวเว็บจะมีล็อกอิน แต่หน้าค้นหากลับสามารถเข้าถึงได้โดยตรง และค้นข้อมูลได้ทันที ตัวเลขเฉพาะข้อมูลวันนี้มีถึง 881 รายการ รวมข้อมูลทั้งหมดมากกว่า 700,000 รายการ

ตอนนี้ตัวเว็บแก้ไขให้ต้องล็อกอินเสมอแล้ว

ที่มา - Facebook: Thai Netizen Network

Topics: ThailandPrivacy

ผู้ให้บริการ Taxi รายใหญ่ของสิงคโปร์ ComfortDelGro เตรียมเป็นพันธมิตรกับ Uber

Wed, 08/23/2017 - 16:17

ต่อต้านไม่ได้ก็เข้าร่วมมันซะเลย ComfortDelGro ผู้ให้บริการขนส่งสาธารณะซึ่งมีจำนวนรถแท็กซี่เยอะเป็นอันดับต้นๆ ในประเทศสิงคโปร์ เตรียมจับมือเป็นพันธมิตรกับ Uber

ประกาศของทาง ComfortDelGro ที่ส่งให้ตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์เมื่อวานนี้ แจ้งว่าบริษัทได้เตรียมทำข้อตกลงแบบ exclusive กับ Uber ในความเป็นไปได้ที่จะเป็นพันธมิตรซึ่งกันและกัน

ข้อตกลงดังกล่าว คาดว่าจะนำรถแท็กซี่กว่า 15,500 คันของ ComfortDelGro มารวมไว้ในระบบของ Uber ซึ่งจะทำให้การเรียกรถแท็กซี่ของ ComfortDelGro ง่ายขึ้นกว่าเดิม และเพิ่มจุดแข็งของ Uber ในสิงคโปร์ขึ้นไปอีก

ในประเทศสิงคโปร์ตอนนี้บริษัท Taxi ส่วนใหญ่จับมือกับ Grab แทบจะทั้งหมด แม้แต่ SMRT ซึ่งมีจำนวนรถแท็กซี่จำนวนมากเช่นเดียวกับ ComfortDelGro ก็มีข่าวลือในเดือนเมษายนที่ผ่านมาว่าจะแลกหุ้นของ Grab กับการขายส่วนธุรกิจ Taxi ของ SMRT ไปให้ Grab

ที่มา - SGX, The Straits Times
ภาพจาก - Wikimedia

Topics: SingaporeUberTaxi

Walmart ร่วมมือกับ Google ให้ผู้ใช้สั่งของผ่าน Google Express พร้อมส่งถึงบ้านกันยายนนี้

Wed, 08/23/2017 - 16:10

Walmart ประกาศความร่วมมือกับ Google ใช้บริการ Google Express ซึ่งเป็นบริการส่งสินค้า (ปัจจุบันพาร์ทเนอร์ของ Google Express รายใหญ่มี Target และ Costco) เพื่ออำนวยความสะดวกในการสั่งสินค้าให้ลูกค้า

Google Express นั้นสามารถใช้การสั่งสินค้าได้หลากหลายทาง ไม่ว่าจะเป็นสั่งการด้วยเสียงผ่าน Google Home หรือสั่งผ่านเว็บไซต์หรือแอพของ Google Express จากนั้นสิ่งที่สั่งไว้ก็จะมาส่งถึงบ้าน โดยจะฟรีค่าส่งถ้าสั่งสินค้าถึงปริมาณที่กำหนด

ผู้ใช้ที่มีบัญชีของ Walmart อยู่แล้วสามารถเชื่อมต่อบัญชีกับ Google ได้ด้วยเพื่อให้ระบบทราบว่าผู้ใช้สั่งสินค้าอะไรปริมาณเท่าไรครั้งล่าสุด และเมื่อผู้ใช้สั่งสินค้าครั้งถัดไปจะได้เลือกสินค้าให้ผู้ใช้ถูกต้องโดยผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องให้รายละเอียดมากนัก

ทั้งนี้ บริการ Google Express จะสามารถเริ่มใช้สั่งสินค้าจาก Walmart ได้ในเดือนกันยายนนี้

ที่มา - Engadget

Topics: WalmartGoogle

ไมโครซอฟท์โชว์ Project Brainwave ระบบเร่งความเร็ว AI ด้วยฮาร์ดแวร์ FPGA

Wed, 08/23/2017 - 14:57

ไมโครซอฟท์โชว์ผลงาน Project Brainwave ระบบประมวลผลสำหรับเร่งความเร็ว AI ที่งานสัมมนาด้านซีพียู Hot Chips 2017

Project Brainwave ประกอบด้วยส่วนประกอบ 3 อย่างคือ ชิป FPGA สำหรับประมวลผลงานด้าน deep neural network (DNN), สถาปัตยกรรมการประมวลผลแบบกระจาย, ระบบคอมไพเลอร์และรันไทม์สำหรับใช้งานโมเดลที่เทรนแล้ว

ส่วนของชิป FPGA เป็นผลงานมาจาก Project Catapult ที่ไมโครซอฟท์เคยทำไว้ การออกแบบ FPGA ให้รันงาน AI โดยตรงจะช่วยลดภาระของซีพียู ละลดระยะเวลา latency ในการทำงานลง แนวทางของไมโครซอฟท์คือยัดโมเดล AI ทั้งตัวเข้าไปใน FPGA เพื่อไม่ให้ต้องเสียเวลาประมวลผลแบบ batch ทีละชุด และถ้าโมเดลใหญ่เกินไปก็ใช้วิธีกระจายโหลดไปยัง FPGA หลายๆ ตัวที่อยู่ในศูนย์ข้อมูลแทน

ส่วนตัวซอฟต์แวร์จะเข้ามาแก้ปัญหาเรื่องความยืดหยุ่น เพื่อให้ FPGA สามารถรองรับข้อมูลที่มาประมวลผลได้หลากหลายรูปแบบมากขึ้น โดยไม่ต้องใช้วิธี hard code ไปที่ตัวฮาร์ดแวร์ที่ยากแก่การปรับเปลี่ยน

จากภาพจะเห็นว่า Project Brainwave อยู่ในระดับของ FPGA ที่มีความยืดหยุ่นกว่า ในขณะที่ TPU ของกูเกิลอยู่ในระดับของ Hard DPU ที่ยืดหยุ่นน้อยกว่า แต่ประสิทธิภาพดีกว่า

ผลการใช้งาน Project Brainwave โดยใช้ FPGA รุ่น Stratix 10 ตัวใหม่ของ Intel/Altera รันงานประมวลผล AI ขนาดใหญ่ สามารถให้สมรรถนะสูงถึง 39.5 Teraflops ซึ่งถือเป็นสถิติที่สูงมาก และไมโครซอฟท์บอกว่าถ้ามีเวลาปรับแต่งประสิทธิภาพต่อไปอีกสักพัก ก็จะให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่านี้อีก

ตอนนี้ Project Brainwave ใช้งานได้กับเฟรมเวิร์ค AI สองตัวคือ Microsoft Cognitive Toolkit และ TensorFlow แต่ก็จะขยายให้รองรับเฟรมเวิร์คอื่นๆ อีกในอนาคต

ที่มา - Microsoft Research

This is an embedded Microsoft Office presentation, powered by Office Online.Topics: MicrosoftArtificial IntelligenceResearchFPGADeep Learning

IBM จับมือซูเปอร์มาร์เก็ต-บริษัทอาหาร ใช้ Blockchain ติดตามซัพพลายเชนอาหารสด

Wed, 08/23/2017 - 14:19

IBM ประกาศความร่วมมือกับซูเปอร์มาร์เก็ตและบริษัทอาหารยักษ์ใหญ่หลายราย เช่น Walmart, Kroger, Nestlé, Unilever, Dole ทำระบบติดตามซัพพลายเชนอาหารสดด้วย blockchain

ระบบนี้จะใช้ IBM Blockchain Platform ที่พัฒนาจากเทคโนโลยีของโครงการ Hyperledger มาติดตามเส้นทางเดินของวัตถุดิบอาหารสด ตั้งแต่จากฟาร์มผ่านกระบวนการต่างๆ มายังซูเปอร์มาร์เก็ต เพื่อให้ตรวจสอบกลับได้ว่าอาหารแต่ละแพ็คมีที่มาอย่างไร และแก้ปัญหาความปลอดภัยของอาหาร (food safety) ได้ง่ายขึ้น เพราะสืบเสาะต้นตอได้ง่ายถ้าพบอาหารที่ปนเปื้อน

IBM บอกว่า blockchain เป็นเทคโนโลยีที่เหมาะสำหรับการติดตามธุรกรรมลักษณะนี้ เพราะองค์กรต่างๆ ในห่วงโซ่อุปทานสามารถเข้ามาดูข้อมูลการเดินทางของอาหารได้ง่าย ใช้เวลารวดเร็ว และเป็นข้อมูลที่ทุกฝ่ายให้ความเชื่อถือ

ตอนนี้ระบบทดสอบที่ IBM ร่วมกับ Walmart พัฒนาขึ้นถูกใช้แล้วในสหรัฐและจีน ทาง Walmart ระบุว่าได้ผลเป็นที่น่าพอใจ และจะขยายความร่วมมือนี้ไปยังพาร์ทเนอร์รายอื่นๆ ต่อไป

ที่มา - IBM

Topics: IBMBlockchainWalmart

อังกฤษเตรียมจัดการ hate crime บนโลกออนไลน์ เสมือนเป็นอาชญากรรมบนโลกจริง

Wed, 08/23/2017 - 14:11

อังกฤษเตรียมใช้วิธีจัดการอาชญากรรมจากความเกลียดชัง (hate crime) ที่เกิดขึ้นบนโลกออนไลน์ ให้เหมือนกับอาชญากรรมที่เกิดขึ้นบนโลกแห่งความจริง

Alison Saunder อัยการสูงสุด ระบุว่า สำนักงานอัยการ (The Crown Prosecution Service: CPS) จะดำเนินคดีผู้ที่กระทำผิดกฎหมายด้วยการร้องขอให้ศาลพิจารณาโทษ สำหรับผู้ที่ใช้แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียไม่ว่าจะเป็น Twitter, Facebook ฯลฯ ในการล่วงละเมิดผู้อื่น โดยแผนการดังกล่าวนี้ไม่จำเป็นต้องขอให้สภาผ่านกฎหมายใหม่

hate crime คืออะไร? มีความสำคัญอย่างไร? สร้างปัญหาในสังคมแค่ไหน?

CPS ให้ความหมายของ hate crime ใช้กับผู้กระทำความผิดที่มีพฤติกรรมอันเกิดจากแรงจูงใจที่มีความมุ่งร้าย / มีความเป็นศัตรู (hostility) ต่อเหยื่อที่เป็นคนพิการ ชาติพันธุ์ ศาสนา เพศ หรือสิ่งที่เรียกเป็นว่าอัตลักษณ์ของบุคคล โดยการปกป้องผู้คนจาก hate crime หรืออาชญากรรมที่มาจากความเกลียดชังนี้ รวมถึงการปกป้องจากการที่เหยื่อถูกใช้ถ้อยคำในการล่วงละเมิด การข่มขู่ การก่อกวน การรังควาน การล่วงละเมิดทางเพศ และการข่มเหงรังแก (bullying) การทำให้สูญเสียทรัพย์


ภาพจาก CPS Hate Crime Matters campaign

ผู้ที่กระทำผิดนี้อาจจะเป็นได้ทั้งเพื่อน เป็นผู้ดูแล เป็นคนคุ้นเคย หรือเป็นผู้ที่หาผลประโยชน์จากความสัมพันธ์ที่มีต่อเหยื่อ ไม่ว่าจะเป็นผลประโยชน์ทางการเงินหรือเป้าประสงค์อื่น ตอนนี้ยังไม่มีการให้คำนิยามสำหรับ hostility (การมุ่งร้าย การเป็นปรปักษ์ หรือเป็นศัตรูกัน) ในทางกฎหมาย แต่สามารถทำความเข้าใจได้จากถ้อยคำเหล่านี้ เช่น ความรู้สึกไม่เป็นมิตร เจตนาร้าย การหมิ่นประมาท การอคติ ความไม่พอใจ-ความขุ่นเคือง และความไม่ชอบ ไม่ยอมรับ

Alison Saunder อัยการสูงสุด

CPS พูดถึงการช่วยเหลือเหยื่อจาก hate crime ว่า ส่วนใหญ่คดีเหล่านี้ทั้งเหยื่อและจำเลยมักจะไม่ต้องไปขึ้นศาล เพราะจำเลยจะไม่สู้คดีหรือยอมรับผิด แต่ถ้าต้องการไปศาลจริงก็สามารถให้หลักฐานได้ CPS จะสอบถามทั้งเหยื่อและจำเลยว่าต้องการความช่วยเหลืออย่างไรบ้าง สำหรับมาตรการพิเศษในการให้ความช่วยเหลือทั้งสองฝ่ายนี้ CPS จะทำเรื่องขอไปยังศาล ให้ศาลเป็นฝ่ายตัดสินใจลำดับสุดท้ายว่าจะพิจารณาให้ความช่วยเหลือหรือไม่

มาตรการพิเศษสำหรับการดำเนินคดีเหล่านี้ เช่น การขอให้มีม่านในห้องพิจารณาคดีเพื่อที่พยานจะได้ไม่ต้องเผชิญหน้ากับจำเลย หรือพยานสามารถถ่ายทอดสดผ่านวิดีโอได้เพื่อจะได้ไม่ต้องเข้าห้องพิจารณาคดี หรือสามารถแยกห้องได้ หรือจะถ่ายทอดสดผ่านวิดีโอจากภายนอกอาคารของศาลได้ เป็นต้น CPS มองว่ากลุ่มคนพิการมักจะมีความเสี่ยงสูงที่สุด จึงได้ทำคู่มือเพื่อให้ความช่วยเหลือพวกเขา หลังจากที่อาชญากรรมบนโลกออนไลน์เพิ่มขึ้นมากทุกวัน ก่อนหน้านี้รัฐบาลอังกฤษก็เคยจัดตั้งหน่วยสืบสวนอาชญากรรมสร้างความเกลียดชังบนโลกออนไลน์มาแล้ว

#HateCrimeMatters. Find out how to report it: https://t.co/ZQ5AJHRUut pic.twitter.com/lOJv6GxtUs

— Home Office (@ukhomeoffice) August 21, 2017

หากประเมินจากตัวเลขของ hate crime ที่เกิดขึ้น CPS พบว่าแค่ไตรมาสแรกของปีนี้มีอัตราเพิ่มสูงขึ้นจากปีก่อนหน้าถึง 20% ศาลตัดสินลงโทษระหว่างปี 2016-2017 มากถึง 83.4% ขณะที่ปี 2015-2016 นั้น มีคดีที่เกิดจาก hate crime สูงมากถึง 15,442 คดี

ขณะเดียวกัน FBI ก็ให้ความสำคัญกับ hate crime เช่นกัน โดยถือว่าเป็นกรณีที่มีความสำคัญสูงสุดของโครงการสิทธิพลเรือนของ FBI (FBI’s Civil Rights) เนื่องจากสร้างผลกระทบสูงมากและถือเป็นเมล็ดพันธุ์ที่บ่มเพาะให้เกิดการก่อการร้ายในประเทศด้วย FBI เชื่อว่า hate crime เกิดขึ้นมาตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 ด้วยซ้ำ ซึ่ง FBI ได้เก็บสถิติค่อนข้างละเอียดมาก สามารถดูรายละเอียดแบบเข้าใจง่ายได้จากกราฟในลิงก์นี้


ภาพจาก CPS Hate Crime Matters campaign

FBI ได้จำแนกอาชญากรรมที่เกิดจากความเกลียดชัง (hate crime) ไว้ตั้งแต่ปี 1996 จนถึงปัจจุบัน

  • ถ้าแบ่งแยกตามสีผิว คือต้านคนผิวดำมากที่สุด รองลงมาคือผิวขาว ตามด้วยผิวเหลือง ฯลฯ
  • หากจัดลำดับจากการเกลียดชังทางเพศ เริ่มจากต้านเกย์ ต้านโฮโมเซ็กชวล ต้านเลสเบียน ต้านฮีทีโรเซกชวล (heterosexual: คนที่รักหรือมีความชอบหรือมีความสัมพันธ์ทางเพศต่อเพศตรงข้าม) และไบเซ็กชวล
  • ขณะที่ Southern Poverty Law Center ได้จัดระดับสถิติของเหยื่อที่เกิดจาก hate crime ในสหรัฐอเมริกา เริ่มจากเหยื่อที่เป็นเรื่องเพศสภาพ LGBT เป็นลำดับแรก ตามด้วยต้านยิว ต้านคนผิวสี ต้านมุสลิม ต้านละติน และต้านคนผิวขาว

ที่มา - Techcrunch, The Crown Prosecution Service1, 2, 3, CNN, FBI 1, 2, 3, The Guardian

Topics: United KingdomCPSHate crimeCyberbullyingHuman Rights

ลูกค้า Xperia รวมตัวฟ้องโซนีแบบกลุ่ม หลังสมาร์ทโฟนกันน้ำได้รับความเสียหายจากน้ำ

Wed, 08/23/2017 - 13:36

ผู้ใช้งานสมาร์ทโฟน Xperia ในสหรัฐรวมตัวฟ้องโซนีแบบกลุ่ม (class-action lawsuits) หลังสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตในซีรีส์ประสบปัญหาได้รับความเสียหายจากน้ำกว่า 24 รุ่น ทั้งที่โซนีโฆษณาเรื่องความสามารถในการกันน้ำได้และมีมาตรฐาน IP มาตลอด

จากกระบวนการฟ้องร้อง ศาลอนุญาตให้กลุ่มผู้เสียหายร่างข้อตกลงเบื้องต้นกับโซนีในการชดใช้ค่าเสียหายเป็นจำนวนเงิน 50% ของราคาขายของรุ่นที่ผู้เสียหายยื่นฟ้อง รวมถึงขยายเวลาประกันไปอีก 12 เดือนสำหรับผู้ที่ยังอยู่ในประกัน และเพิ่มระยะเวลาประกัน 6 เดือนสำหรับผู้ที่หมดประกันแล้ว

อย่างไรก็ตามข้อตกลงนี้มีผลเฉพาะผู้ใช้ในสหรัฐเท่านั้น และยังต้องรอการรับรองและเห็นชอบต่อไป

ที่มา - Xperiawaterproofsettlement via Android Police

Topics: XperiaSonyLawsuits

กูเกิลเปิดตัว Chrome Enterprise บริการสำหรับ Chrome OS ในองค์กร คิด 50 ดอลลาร์ต่อปี

Wed, 08/23/2017 - 13:29

กูเกิลเปิดตัว Chrome Enterprise เป็นบริการรวมมิตรสำหรับการใช้งาน Chrome OS ในองค์กร โดยคิดราคา 50 ดอลลาร์ต่ออุปกรณ์ต่อปี

การจ่าย 50 ดอลลาร์จะเพิ่มฟีเจอร์ด้านการจัดการต่างๆ เข้ามาจาก Chrome OS ตัวปกติ เช่น ระบบ Single Sign-On, ระบบจัดการพรินเตอร์, ระบบจัดการแอพบน Play Store ที่รันบน Chrome OS, ระบบจัดการส่วนขยายของ Chrome และการจัดการอัพเดตระบบปฏิบัติการ, ระบบป้องกันเครื่องหาย, บริการซัพพอร์ต 24 ชั่วโมง

ที่น่าสนใจคือกูเกิลยังมีระบบเชื่อมต่อกับ Microsoft Active Directory และ VMware Workspace ONE ที่ตลาดองค์กรใช้งานอยู่แล้วด้วย

ที่มา - Google Blog

Topics: Chrome OSChromeGoogleEnterpriseActive Directory

Tonino Lamborghini เปิดตัว Alpha-One สมาร์ทโฟนสุดหรู วัสดุพรีเมียม ราคาเกือบแสน

Wed, 08/23/2017 - 12:58

Tonino Lamborghini แบรนด์สินค้าหรูในเครือ Lamborghini เปิดตัว Alpha-One สมาร์ทโฟนสุดหรูตัวใหม่ ที่มาพร้อมกับวัสดุระดับพรีเมียม อย่างหนังแท้จากอิตาลี และโครงเป็นลิควิดอัลลอยล์ ที่มีความแข็งกว่าไททาเนียม ป้องรอยขีดข่วนและการกัดกร่อน แต่ยังคงมีน้ำหนักเบา

ด้านสเปค Alpha-One ใช้ชิปเซ็ต Snapdragon 820 แรม 4GB ความจุ 64GB หน้าจอ 5.5 นิ้ว ความละเอียด QHD กล้องหลัง 20 ล้านพิกเซล พร้อมระบบกันสั่นแบบออพติคัลและดิจิทัล ลำโพงเป็น Dolby Speaker รองรับ 2 ซิม แบตเตอรี่ 3,250 mAh รันแอนดรอยด์ 7.0 Nougat ราคา 2,500 ดอลลาร์ (ประมาณ 87,500 บาท)

ที่มา - PRNewswire via PhoneArena

Topics: Tonino LamborghiniMobileLuxury

Google จับมือพาร์ทเนอร์กับ Walmart สำหรับบริการสั่งซื้อของออนไลน์ผ่าน Google Home

Wed, 08/23/2017 - 12:40

ศัตรูของศัตรูคือมิตร คำนี้ใช้ได้เสมือไม่เว้นแม้แต่กรณีของ Google กับ Amazon ที่ล่าสุดทางฝั่ง Google หันไปจับมือกับ Walmart สำหรับบริการสั่งสินค้าออนไลน์ผ่านทาง Google Home เพื่อแข่งกับ Amazon ที่มี Echo เป็นของตัวเองโดยตรง

ผู้ใช้ Google Home สามารถสั่ง เพิ่มหรือปรับขนาดสินค้า ไปจนถึงจบการทำธุรกรรมด้วยคำสั่งเสียงแต่เพียงอย่างเดียว นอกจากนี้ Walmart ยังเตรียมร่วมบริการ Google Express บริการส่งของวันเดียวถึงบ้าน ในเดือนกันยายนนี้ด้วย

นอกจาก Walmart ที่เป็นผู้ค้าปลีกรายได้ Google Home ยังจับมือกับพาร์ทเนอร์รายย่อยๆ อย่าง Costco, Walgreen และ PetSmart ไปก่อนหน้านี้แล้ว

ที่มา - Recode

Topics: Google HomeWalmartGoogle

บริการแบ็คอัพ Crashplan ประกาศหยุดทำตลาดคอนซูเมอร์ ใช้ได้ถึง ต.ค. 2018

Wed, 08/23/2017 - 12:22

บริษัท Code42 เจ้าของบริการแบ็คอัพข้อมูลออนไลน์ Crashplan ประกาศหยุดให้บริการสำหรับลูกค้าทั่วไป (Crashplan for Home) โดยหยุดรับลูกค้าใหม่และไม่ให้ต่ออายุลูกค้าเก่าแล้ว ส่วนลูกค้าที่ซื้อบริการไปแล้วจะได้ต่ออายุอีก 60 วัน และใช้ได้จนถึงวันที่ 23 ตุลาคม 2018

Code42 ให้เหตุผลว่าต้องการถอนตัวจากตลาดคอนซูเมอร์ และหันไปโฟกัสที่ลูกค้าธุรกิจเพียงอย่างเดียว บริการ CrashPlan for Small Business ยังได้ไปต่อ และสำหรับลูกค้า Crashplan for Home ที่ยังอยากใช้บริการแบบส่วนบุคคลต่อไป ก็สามารถย้ายไปใช้บริการของบริษัทคู่แข่ง Carbonite ได้ทันทีในราคาลด 50% โดยทั้งสองบริษัทจะร่วมมือกันเพื่อช่วยย้ายข้อมูลของลูกค้าให้ด้วย

Joe Payne ซีอีโอของ Code42 ระบุว่าความต้องการของลูกค้าคอนซูเมอร์และธุรกิจแตกต่างกันมากขึ้นเรื่อยๆ จนบริษัทต้องเลือกว่าจะไปทางไหน และตัดสินใจเลือกลูกค้าฝั่งธุรกิจ

ที่มา - Crashplan, Code42

Code42 CEO Joe Payne: What CrashPlan for Home Customers can Expect from Code42 on Vimeo.

Topics: Cloud Storage

ประวัติศาสตร์และอนาคตของ Ransomsare จากรองประธานฝ่ายวิจัย Trend Micro

Wed, 08/23/2017 - 11:48

ในงาน CLOUDSEC ที่สิงคโปร์เมื่อวานนี้ หัวข้อหนึ่งในงานคือ "The Future of Ransomware" โดย Rik Ferguson รองประธานฝ่ายวิจัยของ Trend Micro เล่าถึงประวัติศาสตร์ของมัลแวร์เรียกค่าไถ่ พร้อมกับคาดการณ์ว่าในอนาคตจะมีทิศทางใด

มัลแวร์เรียกค่าไถ่ในอดีต

มัลแวร์เรียกค่าไถ่ตัวแรกๆ ในโลกเกิดในปี 1989 ชื่อว่า AIDS จากการแสดงตัวเองเป็นซอฟต์แวร์ให้ข้อมูลโรคเอดส์ โดยจะถามข้อมูลของผู้ใช้เพื่อประเมินความเสี่ยง แต่เมื่อผู้ใช้เรียกใช้งานจริง มันจะล็อกเครื่องพร้อมบอก "หมายเลขอ้างอิง" ให้จ่ายค่าไถ่เป็นเช็คไปยังตู้ปณ. ในปานามา

ตัว AIDS ไม่ได้เข้ารหัสไฟล์แต่มีการซ่อนและเปลี่ยนชื่อไฟล์เท่านั้น หากผ่านหน้าจอเรียกค่าไถ่เข้าไปอ่านไฟล์ได้ก็จะกู้คืนไฟล์มาได้

จากนั้นมัลแวร์เรียกค่าไถ่พัฒนาเรื่อยมาจนในยุคเว็บ มัลแวร์จำนวนหนึ่งแสดงหน้าจอแสดงตัวว่าเป็นซอฟต์แวร์ของหน่วยงานรัฐบาล และแจ้งบนหน้าจอว่าหมายเลขไอพีของเราทำผิดกฎหมายร้ายแรง เช่น เข้าชมภาพอนาจารเด็ก และต้อง "เสียค่าปรับ" เพื่อใช้งานคอมพิวเตอร์ต่อไป

มัลแวร์เหล่านี้เริ่มมองตลาดโลก มัลแวร์ในตระกูลนี้บางตัวมีความสามารถในการปรับหน้าจอไปตามประเทศของเหยื่อ ไม่ว่าจะเป็นภาษาของข้อความและชื่อหน่วยงานตำรวจ

ความเปลี่ยนแปลงสำคัญในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาคือการเข้ารหัสไฟล์จริงจัง เริ่มจาก CryptoLocker ในช่วงปี 2013 มัลแวร์เข้ารหัสด้วยกระบวนการเข้ารหัสจริง ทำให้แม้แต่บริษัทความปลอดภัยไซเบอร์ก็ช่วยเหลือลูกค้าไม่ได้หากตัวมัลแวร์ไม่ได้ทำผิดพลาดเอง

มัลแวร์เรียกค่าไถ่ในปัจจุบัน

ปี 2016 นับเป็นการผงาดขึ้นมาของมัลแวร์เรียกค่าไถ่เหล่านี้ โดยพบมัลแวร์ตระกูลใหม่ๆ ทั้งปีกว่า 200 ตระกูล เพิ่มขึ้นหลายเท่าตัวเมื่อเทียบกับปี 2015 อย่างไรก็ดีทาง Trend Micro มองว่าในแง่ของจำนวนตระกูลมัลแวร์น่าจะถึงจุดสูงสุดแล้ว แต่ความเปลี่ยนแปลงในช่วงหลังคือมัลแวร์เหล่านี้เริ่มมุ่งเป้าไปยังซอฟต์แวร์ธุรกิจมากขึ้น อาจจะเป็นเพราะหน่วยงานเหล่านี้ยอมจ่ายเงินง่ายกว่าข้อมูลส่วนตัว ที่ระบาดมากเช่นมัลแวร์เข้ารหัสฐานข้อมูลต่างๆ

การตรวจสอบเครื่องที่ติดมัลแวร์เหล่านี้เพื่อหาช่องทางที่ติดมัลแวร์ ทำได้เพียง 43% เพราะเครื่องที่เหลือมาพบหลังข้อมูลถูกล็อกไปแล้วทำให้วิเคราะห์ข้อมูลต่อได้ยาก แต่เครื่องที่ติดมัลแวร์เหล่านี้และหาสาเหตุได้ก็ยังพบว่ามักจะติดผ่านทางอีเมลถึง 71% อีก 18% มาทางชุดเครื่องมือเจาะระบบ ที่น่าสนใจคือ 3% มาทาง Team Viewer เท่าๆ กับมัลแวร์ที่ติดจากแอปสโตร์ต่างๆ

จากช่องทางการติดที่ยังคาดเดาได้ ทาง Trend Micro สรุปปริมาณการป้องกันมัลแวร์เหล่านี้ 1,000 ล้านครั้ง พบว่าส่วนใหญ่สามารถป้องกันได้จากการกรองอีเมล, บล็อคไอพีของเมลเซิร์ฟเวอร์, กรอง URL เว็บ มีเพียงส่วนน้อยรวมๆ ไม่ถึง 1% ที่ต้องกรองในระดับการวิเคราะห์พฤติกรรมของมัลแวร์ด้วยเทคนิคต่างๆ

ความเปลี่ยนแปลงของมัลแวร์เรียกค่าไถ่เหล่านี้ จนถึงตอนนี้สรุปได้ 5 ข้อ

  • เริ่มโจมตีรุนแรงมากขึ้น หลายครั้งตัวมัลแวร์มีเป้าหมายเจาะจง มัลแวร์บางตัวตรวจสอบรหัสคีย์บอร์ดเพื่อเลือกโจมตีหรือไม่โจมตีเครื่องที่ใช้คีย์บอร์ดบางภาษา
  • เริ่มใช้เครื่องมือสำหรับการดูแลระบบเป็นช่องทางมากขึ้น
  • ซ่อนตัวไม่ให้มีไฟล์เหลือสำหรับนำไปวิเคราะห์
  • แพร่กระจายตัวเองได้ เช่น WannaCry
  • เริ่มรองรับระบบปฎิบัติการอื่นที่ไม่ใช่วินโดวส์
คาดการณ์ในอนาคต

ทาง Trend Micro คาดการณ์ถึงความเปลี่ยนแปลงของมัลแวร์เหล่านี้ โดยมันมีแนวโน้มจะทำให้เหยื่อตัดสินใจจ่ายเงินมากขึ้นเรื่อยๆ โดยมุ่งเป้าไปที่องค์กร บริษัทต่างๆ ที่มักยอมจ่ายค่าไถ่เหล่านี้ง่ายกว่า มัลแวร์เหล่านี้นอกจากจะทำลายข้อมูลที่อยู่ในเครื่องแล้ว จะเริ่มขโมยข้อมูลออกไปเพื่อข่มขู่เหยื่อว่าหากไม่จ่ายค่าไถ่ข้อมูลจะถูกเปิดเผย ขณะที่มัลแวร์ยุคต่อไปน่าจะเริ่มมีความสามารถในการตามหาข้อมูลสำรอง และมัลแวร์เหล่านี้อาจจะพยายามเข้ารหัสข้อมูลสำรองก่อนข้อมูลจริง เพราะเหยื่อจะรู้ตัวช้ากว่า และเมื่อเข้ารหัสข้อมูลหลัก ข้อมูลสำรองก็ถูกเข้ารหัสหมดไปก่อนแล้ว

เครื่องเป้าหมายของมัลแวร์เรียกค่าไถ่เหล่านี้กำลังออกจากพีซีที่เป็นวินโดวส์ โดยมีรายงานถึงมัลแวร์แมคมาก่อนหน้านี้แล้ว ในอนาคตมัลแวร์บนโทรศัพท์มือถือน่าจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ความเป็นไปได้ เช่น การล็อกคอมพิวเตอร์ในกลุ่ม IoT เช่นรถยนต์ หรือประตูบ้านที่อาจจะล็อกไม่ให้เจ้าของบ้านเข้าหรือออกจากบ้านตัวเอง (ถึงเวลามีจริงน่าสนใจว่าจะมีคนจ่ายเงินค่าไถ่หรือไม่)

แนวโน้มอีกอย่างหนึ่งคือมัลแวร์เรียกค่าไถ่เหล่านี้อาจจะมุ่งเป้าไปที่ระบบเฉพาะทางมากขึ้น เช่น ระบบ SCADA ที่ควบคุมโรงงานไฟฟ้าหรือระบบประปา และหลายครั้งไม่มีการป้องกันดีพอ ไปจนถึงการเรียกค่าไถ่จากระบบเฉพาะทางมากๆ เช่น ระบบควบคุมโรงงานที่การหยุดสายการผลิตเพียงไม่นานก็สร้างความเสียหายได้มหาศาล ไปจนถึงระบบสำคัญที่หยุดการทำงานไม่ได้ เช่นระบบควบคุมจราจรทางอากาศ

การป้องกันยังเหมือนเดิม

พัฒนาการของมัลแวร์เข้ารหัสเหล่านี้อาจจะเป็นไปได้อีกมาก แต่กระบวนการป้องกันยังคงคล้ายเดิม เช่น ต้องมีข้อมูลสำรองเป็นระยะ, อัพเดตระบบสม่ำเสมอ, ควบคุมการเข้าถึงข้อมูลส่วนต่างๆ, ไปจนถึงการฝึกฝนสร้างความเข้าใจให้กับคนในองค์กรอย่างทั่วถึง

Topics: Trend MicroSecurityMalwareRansomware